อุบลฮิตดอทคอม : ศูนย์รวมความทันสมัยของชาวอุบลราชธานี

 ลืมรหัสผ่าน
 ลงทะเบียน
ดู: 364|ตอบกลับ: 0

ล้วง “กฤษณ์ คอนเฟิร์ม” หมอดูที่รวยที่สุดในประเทศไทย จ่ายภาษีปีละ 60 ล้าน

[คัดลอกลิงก์]

1491

กระทู้

1

ติดตาม

4925

เครดิต

ผู้ดูแลระบบ

Rank: 9Rank: 9Rank: 9

โพสต์เมื่อ 3-3-2013 07:30:04 |ดูโพสต์ทั้งหมด






เปิดกรุ “หมอกฤษณ์” รวยโคตร มีรถซูเปอร์คาร์ขับรวมมูลค่ากว่า 100 ล้าน ทองคำแท่งพระอีกหลาย 10 ล้าน มีตำราหมอดูที่เก่าแก่เป็นร้อยเล่ม กว้านซื้อรีสอร์ตทั่วประเทศหลายแห่ง แถมเป็นเจ้าของทีวีดาวเทียมนับ 30 ช่อง และต้องจ่ายภาษีปีละ 60 ล้าน
   
   หายหน้าจากพื้นที่สื่อไปนานหลายปีทีเดียว สำหรับ “หมอกฤษณ์ คอนเฟิร์ม” หลังเจ้าตัวประกาศล้างมือเลิกเป็นหมอดู แต่ถึงกฤษณ์จะทิ้งเม็ดเงินจำนวนมหาศาลจากการดูดวง ก็ใช่ว่าจะกระเป๋าแห้งตามไปด้วย ตรงกันข้ามกลับอู่ฟู่อ้าฟ่า มีรถซูเปอร์คาร์คันละ 20 กว่าล้านขับ รวมมูลค่ากว่า 100 ล้าน สะสมทองคำแท่ง สะสมพระอีกหลาย 10 ล้าน มีตำราหมอดูที่เก่าแก่หายากและแพงโคตรอีกเป็นร้อยเล่ม กว้านซื้อรีสอร์ตทั่วประเทศหลายแห่ง แถมเป็นเจ้าของทีวีดาวเทียมนับ 30 ช่อง และต้องจ่ายภาษีปีละ 60 ล้าน สรุปสั้นๆ เขาคือหมอดูที่รวยที่สุดในประเทศไทย ทั้งที่อายุเพิ่ง 27 ปี หายจากหน้าจอไปนานแถมกระแสก็ดูซบเซาแต่ทำไมรวยเอาๆ วันนี้หมอกฤษณ์ยินดีเปิดบ้านให้เราไปล้วงให้ลึกแบบ Exclusive สุดๆ
   
   “จริงๆ แล้วผมไม่ได้ออกสื่อในฟรีทีวีมากนักแล้วครับ ปีหนึ่งอาจจะออกฟรีทีวีซัก 6-7 ครั้ง แต่ถ้าเทียบกับเมื่อ 3-4 ปีก่อนผมออกทุกวันครับ แต่ว่าหลังๆ ผมออกทางดาวเทียมเคเบิล มากกว่า ถ้าเคเบิลออกทุกวัน วันละหลายๆ ช่องครับ ผมไปต่างจังหวัดมากระแสตอบรับดีจนทำให้เรางง เพราะตอนออกฟรีทีวีต่างจังหวัดไม่ค่อยรู้จักเรา แต่พอออกดาวเทียมกลายเป็นต่างจังหวัดรู้จัก แต่คนกรุงเทพรู้สึกว่าเราดรอปลงไปครับ”
   
   “ผมตั้งใจที่จะเฟดตัวเองออกจากสื่อครับ เพราะว่าจริงๆ ผมไม่ได้มีอาชีพด้านการดูดวงเลย หลายคนจะคิดว่าผมหารายได้จากการดูดวงโดยตรง แต่ในความเป็นจริง ณ วันนี้การดูดวงเป็นงานอดิเรกของผม เพราะผมทำธุรกิจหลายอย่างครับ ดูดวงส่วนใหญ่จะดูฟรี ออกรายการก็ดูฟรีครับ และอีกอย่างหนึ่งรับจัดฮวงจุ้ยเก็บเงินก็ไม่ทำ ดูดวงเจอตัวเก็บเงินก็ไม่เอา บรรยายก็ไม่รับ อีเวนต์มีคนจ้างนะครับก็ไม่ไป สร้างวัตถุมงคลดิวกับวัดผมก็ไม่ทำ จัดทัวร์ไหว้พระ 9 วัดผมก็ไม่ทำ ขายวัตถุมงคลหรือเสริมดวงต่างๆ ผมไม่ทำเลยครับ”
   
   “ผมหาเงินกับการเป็นหมอดูน้อยมาก แต่ถามว่ามีบ้างไหม มีบ้างครับ แต่ไม่ได้เยอะ ที่เราเคยทำไว้ก่อนแล้วพวก 1900 SMS พวกนี้ครับ เราไม่สามารถตัดทิ้งได้เพราะว่ามีสัญญาอยู่ แม้แต่หนังสือดูดวงผมก็ไม่ทำครับ หนึ่งเลยต้องบอกว่าผมไม่ได้ตั้งใจที่จะอยากมีเงินมีทองเพราะการดูดวงนะครับ จริงๆ ตั้งใจช่วยคนมากกว่า แต่บางคนเข้าใจผมผิดว่าหมอกฤษณ์มันดูดวงจนรวย มันหลอกคนมาจนรวย มันใช้ความงมงายของคน ผมขอย้ำตรงนี้ครับว่าที่มีวันนี้ไม่ได้เกี่ยวกับดูดวง แล้วที่ได้จากการดูดวงน้อยมาก ถ้าเทียบเป็นสินทรัพย์ ณ วันนี้ที่ได้การูดวงผมว่าไม่ถึง 3% แต่ผมก็ไม่ปฏิเสธนะครับว่าคนรู้จักผมในนามหมอกฤษณ์คอนเฟิร์ม รู้จักผมเพราการดูดวง แต่เขาไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วเราทำอะไรกันแน่ เขารู้แต่ว่ามันคือหมอดู”
   
   “ผมดูดวงมาปีที่ 19 แล้ว ตอนนี้ไม่อยากดูแล้วเพราะส่วนหนึ่งคือผมเบื่อ เริ่มจากผมรู้สึกว่าอาชีพหมอดูมันเป็นอะไรที่สองแง่สองง่าม หนึ่งคือคนบางคนมองว่าเราเป็น 18 มงกุฎหลอกลวงหากินบนความเชื่อคน ผมเบื่อคำนี้ผมจึงไม่อยากป็นครับ เริ่มมาตั้งแต่ปี 51 เลยครับ คนด่าผมเยอะๆ พอดังมากก็มีคนด่าเยอะ ผมเรียนตรงๆ นะครับว่าที่ผมไม่ร้อนแรงเหมือนเมื่อก่อนเพราะว่าสมัยก่อนเราเป็นเด็ก ตอนนั้นที่ผมมีชื่อเสียง ผมเพิ่งอายุ 21-22 ไฟมันยังแรงอยู่ พอเริ่มเบญจเพศ 25-26-27 แล้วมันเริ่มรู้สึกว่าตัวเองมีอายุแล้วครับ เราก็ซอฟท์ลงนิดหนึ่ง ที่สำคัญคือผมรู้สึกว่าชื่อเสียงในด้านการดูดวงของผมมันไม่จำเป็นอีกต่อไป เพราะผมไม่ได้ใช้ชื่อเสียงหมอดูในการหาเงินครับ แล้วผมเป็นหมอดูคนเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีสังกัด ไปดูสิครับหมอดูดังๆ ตอนนี้มีต้นสังกัดกันหมด”
   
   เมื่อก่อนเคยบอกจะตายตอนอายุ 30 แต่ตอนนี้บอกอยู่ยาวยัน 82
   
   
   “เคยมีหลวงพ่อทำนายไว้ว่าผมอาจจะมีชีวิตไม่ถึง 30 ครับ แต่ผมเชื่อว่ามันผ่านมาแล้ว เพราะตอนอายุ 25 ช่วงเบญจเพสผมเคยจะตายโหงมาครั้งหนึ่งแล้ว ซึ่งจริงๆ ผมก็รู้ตัวเอง วันนั้นฝนตกครับ ผมขับมาด้วยความเร็ว 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แล้วอยู่ดีๆ รถผมก็หมุนเคว้งบนโทลเวย์ พังยับทั้งคัน แต่ตัวผมกลับไม่เป็นอะไรเลย แต่ว่าไม่มีคู่กรณีนะครับ ครั้งนั้นคือถึงคาดครับ บางทีเราอาจจะสร้างสมบุญกุศลมาในช่วงนั้นด้วย รวมถึงวันนั้นผมแขวนหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ และหลวงพ่อทวด วัดช้างไห้ ซึ่งเป็นรุ่นแรกของท่านเลยครับ ด้วยบารมีของท่าน ผมถือว่าหนึ่งคือดวงผมยังไม่ถึงฆาต สองผมคิดว่าคงเป็นบารมีของหลวงปู่ทิมวัดละหารไร่ และหลวงพ่อทวด วัดช้างไห้ ที่ทำให้ผมไม่ตายโหงครับ เพราะจริงๆ ดวงผมจะต้องตายก่อน 30”
   
   “อีก 3 ปีผมจะ 30 แล้วครับ แต่ว่าจริงๆ ผมผ่านอะไรมาเยอะนะครับ ผมเคยถูกยิง แต่ว่ายิงไม่เข้า ผมมีหลักฐานนะครับ (เปิดเสื้อให้ดู) ตอนนั้นอายุ 10 กว่าๆ เนื้อมันจะหายไปครับ ผมโดนปืนปากกายิงตรงท้องเสื้อไหม้เลย แต่ก็รอดมาได้ครับเพราะถ้าทะลุก็ตัดขั้วหัวใจเลย เพราะมีปัญหาทะเลาะวิวาทกัน จริงๆ แล้วเหลืออีก 3 ปีจะ 30 ผมก็ไม่มั่นใจนะครับ(หัวเราะ) ผมดูดวงให้ตัวเองเหมือนกันนะ ถ้าเกิน 30 ได้ ก็ไป 82 เลย”
   
   สามารถอดจิตได้ ฝึกมา 23 ปีแล้ว
   
   
   “ผมไม่มีองค์ครับ แต่ถ้าองคชาตน่ะมี (หัวเราะ) เซนส์ก็คงมีนะครับ แต่ว่าองค์เทพ องค์อะไร ผมไม่คอมเมนต์ดีกว่า แต่ผมไม่มีครับ ถ้าบอกว่าเป็นลางสังหรณ์ที่บอกเราอันนั้นมีครับ อย่างเช่นพี่ดูในรายการทีวี ผมนั่งอยู่กับบ้านสามารถรู้ว่าคนที่โทรมาอยู่บ้านแบบไหน หน้าตาแบบไหน ผิวขาวผิวดำ ใส่เสื้อสีอะไร มันเป็นภาพขึ้นมาเลยครับ จริงๆ ผมฝึกมโนมยิทธิตั้งแต่เด็กเลย พวกถอดจิตผมชอบ คุณป้าพาไปฝึกที่ซอยสายลม ตอนอายุ 4-5 ขวบครับ ก็มีทั้งนะมะพะทะกำหนดเป็นดวงแก้วอยู่ใต้สะดือ แล้วค่อยๆ พุ่งออกไปจากหัวเรา แล้วเราก็จะไปยังสถานที่ที่เรากำหนดครับ ซึ่งผมเอามาใช้ในการดูดวงด้วย ยังฝึกอยู่ตลอดครับ ปีนี้เป็นปีที่ 23 แล้ว”
   
   “จริงๆ เรื่องเห็นผีผมเห็นนานมากแล้วนะตั้งแต่ปี 51 แล้วนะครับ ตอนที่ออกรายการวู๊ดดี้ไปเห็นผีที่ซานติกาผับอันนั้นก็ตอนปี 51 ครับ ถามหน่อย ปี 51 ตอนนั้น มีหมอดูคนไหนเห็นผีมีไหม ไม่มีนะครับ ถ้างั้นผมเจ้าแรกหรือเปล่า แล้วบางคนบอกไปก๊อบเค้ามาหรือเปล่า (เลียนแบบริว จิตสัมผัส, เจน ญาณทิพย์) ไอ้ตรงนั้นผมไม่รู้ครับ อันนี้คือผมไม่คอมเมนต์แล้วกัน คือเขามีความสามารถของเขา”
   
   “มันมีหลักฐานทนโท่ครับ หนังสือออกพิมพ์ 7 ครั้ง ออกรายการทีวี 3 หนุ่ม 3 มุม ทูไนท์ วู้ดดี้ เกิดมาคุย รายการช่อง 3 รายการช่อง 5 โห...ออกกัน 6-7 ครั้ง เยอะมากเลยครับ ผมมาก่อนเทรนด์ครับ เห็นผีเพิ่งมา 53 แล้ว ในปี 52 รายการเสาร์5 ของกันตนา ผมก็ไปสัมผัสวิญญาณเหมือนกันครับ ตอนนั้นเทรนด์สัมผัสผียังไม่มาเลย ตอนนั้นคนไม่รู้จัก เห็นผีเพิ่งมาดังตอนริวก็อาจจะเป็นไปได้ เพราะผมเปิดตัวกับดารามากกว่า คือคนจำในลักษณะนั้น ช่วงนั้นสัปดาห์หนึ่งออกแวบๆ ครับ แต่ดารามาทุกวัน”
   
   “เวลาผมจะเห็นผีได้ ถ้าเกิดอยากรู้มันก็รู้ได้ครับ เราก็กำหนดสมาธิ ก็รู้ได้ เดินไปเฉยๆ ไม่เห็นแน่ ไม่งั้นก็บ้าตายสิครับ ถ้าคนเห็นตลอดเวลา ก็คงเดินชนผี ขับรถไม่ได้นะครับ แต่คงไม่ใช่เห็นได้ง่ายๆ เหมือนที่เขาทำกันนะครับ ถ้าอย่างนั้นก็ดีนะครับ น่าจะขอหวยมา (หัวเราะ)”
   
   ดูดวงว่าทำธุรกิจแล้วรุ่ง เลยหันไปลุยธุรกิจ
   
   
   “ผมดูดวงตัวเองไว้ว่าจะต้องมาทำธุรกิจ ผมดูดวงตัวเองอยู่ตลอด เดือนไหนดวงไหนดวงดี ดวงไหนดวงไม่ดี ก็ใช้ดวงในการตัดสินใจครับ ก็เลยเบนเข็มมาทำธุรกิจแต่ว่าดูดวงไม่ทิ้งนะครับแต่ว่าเน้นดูฟรี ส่วนใหญ่คนเจอผมตามท้องถนนก็ทักผมเยอะมากครับ มีทั้งขอถ่ายรูป ลายเซ็นบ้าง ก็ดูดวงให้เขาฟรี กับรายการใครโทร.ติดก็ดู รายได้ที่เสียไปไม่เสียดายเลยครับ เพราะเนื่องจากว่าผมรู้สึกว่าเราเป็นหมอดูเราช่วยคนครับ เราไม่ได้ซ้ำเติมเขาในการที่บอกว่า คุณดวงไม่ดีคุณไปซื้อวัตถุมงคลกับผมนะ 999 นะ 1,999 นะ สะเดาะห์เคราะห์ผมสิ 10,000 เดี๋ยวคุณทำบุญสิ 50,000 นะ แล้วคุณจะดี ไปทัวร์ไหว้พระกับผมนะ คุณจะหมดเคราะห์ มันไม่ใช่ครับ มันหลอกคน พูดตรงๆ ผมทำไม่ได้ หน้าผมด้านครับ แต่ด้านไม่พอ คือด้านที่จะทำตัวเป็นคนดีไม่ได้ ทำอย่างนั้นมันไม่ใช่คนดี”
   
   “ถามว่าทำบุญสะเดาะห์เคราะห์ มันแก้ได้จริงมั้ย ทำได้จริงครับ แต่ประเด็นคือผมถามนิดหนึ่ง เวลาคุณจะจัดทัวร์เนี่ยคุณรู้อยู่แล้วว่าทัวร์นี้คุณได้เงินเท่าไหร่ แล้วการที่คุณจะจัดทัวร์คุณรู้อยู่แล้วว่ามันเป็นการหารายได้เข้ากระเป๋าตัวเอง เริ่มต้นคิดมันก็บาปแล้วครับ มันเป็นเรื่องการระดมให้คนมาทำแล้วคุณมีผลประโยชน์ ผมถามว่าเป็นสิ่งที่สมควรไหม ถ้าคิดว่านี่คือการทำบุญ อย่างนั้นผมค้ายาบ้าช่วยคน ดีไหมครับ ปล้นคนรวยมาช่วยคนจนดีไหมครับ ถ้าคิดอย่างนี้มันไม่แตกต่างนะครับ”
   
   “คนเรามันต้องถ้าเกิดอะไรพรุ่งนี้มันต้องรับให้ได้ครับ ไม่ใช่อะไรก็ได้ที่ได้มาแล้วพอใจ จะโกงแต่ขอให้สบายใจ ถือว่าเป็นเรื่องดี อย่างนี้ผมว่าไม่ใช่ครับ ผมถึงไม่ทำไงครับ และผมไม่เสียดาย เพราะเงินเราหาแบบไหนก็ได้ แต่ถ้าหลอกคนมาผมไม่เอา ถ้าหลอกคนอาศัยความเชื่อเขา อาศัยมาเอาวัตถุมงคลหรืออะไรยัดเยียดให้เขา ผมบอกตรงๆ ผมด้านไม่พอที่จะทำ บางคนอาจจะวางตัวเป็นคนดีนะครับ ไม่แตะต้องเงินทองเลย แต่โทษนะครับ 7-11 บางแห่งมีวัตถุมงคลแถมกับหนังสือด้วย ผมถามว่าพูดแล้วไม่อายเหรอครับ”
   
   “จริงๆ อาชีพดูดวงอย่างเดียวพอแล้ว แต่ผมรู้สึกว่าผมไม่อยากอยู่ในวังวนการแก่งแย่งชิงดีการใส่ร้ายป้ายสีกัน ผมไม่ชอบ แต่คนไทยชอบดูถูกคนดูดวงก็เบื่อครับผมก็เลยหาอะไรเสริมๆ ตามดวงชะตาที่มันดีกับดวงของเราครับ แต่ยืนยันผมเป็นหมอดูครับ แต่เงินผมไม่ได้มาจากการเป็นหมอดู”
   
   เป็นเจ้าของช่องดาวเทียมกว่า 30 ช่อง
   
   “เริ่มจากตอนนั้นผมจัดรายการดาวเทียมอยู่ แต่ไม่ใช่ของตัวเอง ผมรู้สึกว่าทำไมเราไม่ทำซื้อช่อง ทำไมเราไม่ซื้อเวลาเป็นของตัวเองบ้าง ตอนนั้นมีเงินนิดหน่อยครับ รู้สึกจะมีอยู่ 1 ล้านมั้งครับ เดือนแรกขาดทุนครับ เดือนที่สองก็ขาดทุน แต่เดือนที่สามมันเริ่มมีกำไรเข้ามาเรื่อยๆ จนถึงวันนี้ก็ 4 ปีแล้ว แล้วช่องดาวเทียมผมไม่ได้ดูดวงแค่อย่างเดียว มีทุกอย่างครับ ทั้งวาไรตี้ อย่างช่องมิติ4 ผมก็ซื้อเลยเป็นช่องผมเอง มี พี่ป๋อง กพล มาทำ มี พี่แจ็ค สายสิญจน์ มีดูดวงมาแจม มีรายการเพลง มีช่องเพลง มีช่องสุขภาพ มีช่องขายของ เยอะครับ ที่ซื้อไว้แล้วเป็นเข้าของมีทั้งหมด 30 ช่อง รายได้จากตรงนี้เดือนหนึ่งเป็นหลัก 10 ล้านอยู่”

กว้านซื้อรีสอร์ตไว้หลายแห่งทั่วประเทศ
   
   
   “ธุรกิจหลักของผมจริงๆ คือเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ครับ รายได้หลักของผมมาจากการที่ผมไปซื้อกิจการที่ดินรีสอร์ตที่เขาทำไม่รอด ผมก็ซื้อมาทำและก็ปรับปรุงใหม่ ส่วนใหญ่จะเป็นชื่อเดิมของเขา เปลี่ยนเจ้าของ แต่คนบริหารคนเดิมครับ ที่ซื้อไว้ก็มีทั่วประเทศครับ ผมกำลังจะซื้อที่ปายอีกที่หนึ่งครับ เดือนพฤษภาคม-มิถุนายน จะจ่ายเป็นเงินสดก็หลายล้านครับ รวมๆ แล้วตอนนี้ก็มีรีสอร์ททั่วประเทศแล้วครับ”
   
   คุยกับเจ้าที่ ก่อนตัดสินใจซื้อ !
   
   
   “ผมจะซื้อตรงไหนผมก็ดูดวงไว้เหมือนกันครับ ทุกอย่างที่ทำมันต้องใช้ดวงประกอบ เราใช้ศาสตร์ของเราในการช่วย บางทียังงงว่าทำไมหมอดู ดูดวงแม่นจัง แต่ทำไมถึงไม่ดูดวงตัวเองมั่ง ไปดูให้คนอื่น ผมยังคิดเลยนะว่าถ้าดูแม่นจริงก็ดูดวงให้ตัวเองสิ ผมก็ดูทำเลฮวงจุ้ยครับ ดูบ้านเลขมที่ ดูองศา ดูทิศทาง บ้านหลังนี้ซื้ออยู่แล้วดีไหม ซื้อแล้วเอาไปขายต่อได้ไหม”
   
   “ผมใช้ดวงในการตัดสินใจ 100% ครับ ผมทำอะไร ผมพึ่งดวง แล้วชีวิตผม ผมกล้าพูดว่าผมไม่เคยล้มเหลว ไม่เคยขาดทุน ไม่เคยพบกับความผิดหวังเลย เพราะผมใช้ดวงในการตัดสินใจตลอดทุกครั้ง แต่ก็มีบ้างที่ดูพลาดครับ แต่น้อย ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ก็ประมาณ 5-10 % ครับ ผมเช็คทุกอย่างในชีวิต เพราะว่าพระพุทธเจ้าสอนให้ผมไม่ประมาท ผมจึงไม่ประมาทครับ มีแฟนก็ต้องเช็คครับ ผมแค่ดูนาฬิกาก็รู้แล้ว คือถามว่าดวงมันเชื่อได้มั้ย เอาเป็นว่า สัก 70-80 ก็แล้วกัน มันเป็นการชี้แนวทางที่มันมีโอกาสเป็นไปได้สูง แล้วบุญด้วย ถ้าเกิดบุญเราดีก็จะหนุนนำให้เรายิ่งดีขึ้นครับ”
   
   “กับเจ้าที่ก็ดูครับ ก็ดูว่าเจ้าที่ดีไหม ดูจากความรู้สึกเรา บางครั้งก็เห็นเป็นคนครับ บางครั้งก็เป็นความรู้สึก การสื่อสารกันเป็นเหมือนกับเวลาพูดผ่านในความคิด เหมือนนินทาคน มันเป็นอารมณ์แบบนั้น ผมไม่กลัวผีครับ ใครอยากท้าผมไปนอนกับศพ ผมยังกล้าเลยครับ ผมก็อยากรู้เหมือนกันถ้าคนเห็นผีมานอนกับศพตายโหงซัก 3-4 ศพ นอนล้อมๆ ในระยะ 10-20 กิโลฯ โดยไม่มีใคร กล้าไหม ผมนี่กล้าแน่นอนครับเพราะผมเจอผมเห็นจนชินแล้ว”
   
   ครอบครองตำราหมอดูหายาก รวมเป็นเงินหลายล้าน
   
   
   “ตำราหมอดูต่างๆ ทั้งหมดนี้ผมกว้านซื้อมาบ้าง ตำราก็มีทุกอย่าง ยิปซี ฮวงจั้ย รวมแล้วน่าจะหลาย 100 เล่ม ตำราเก่าๆ โบราณตั้งแต่ปี 2479 ที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ก็มี โหราศาสตร์ไทยก็มี โหราศาสตร์สากล ดูไพ่ ดูลายมือ ใช้เซนส์ดู ทอยลูกเต๋า โยนเหรียญ ดูใบไม้ เสี่ยงเซียมซี ดูเหรียญ ศาสตร์ทุกอย่างมีหมดครับ ผมดูหมดและศึกษาทุกอย่างหมดแล้ว พูดตรงๆ บ้านหมอดูใครมีตำราเยอะเท่าผม คนจบด็อกเตอร์ยังอ่านน้อยกว่าผมนะ แต่ผมอ่านต้องเข้าใจ เพราะผมเป็นหมอดู ผมใช้เวลาอ่านทั้งหมดนี้ 18 ปี สะสมมาเรื่อยๆ เพราะทุกเล่มที่ซื้อมาเราก็ต้องอ่าน”
   
   “แต่ละเล่มก็ล้ำค่าหมดครับ เล่มที่แพงที่สุดคือเล่มพรมจุติเป็นตำราเก่า ผมซื้อมาราคาเป็นแสน ตำราพรมจุติ สามารถทายการตายของพระพรหมได้เลยครับ ถ้าเกิดพระพรมถูกตำราเล่มนี้ชี้แล้ว แม้แต่พระพรมยังลงมาเกิดเลย ต้องบอกว่าอาจจะเป็นบุญวาสนา ตำราเล่มนี้อาจที่จะอยากมาอยู่กับเรานะครับ เล่มจริงก็เลยอยู่ที่ผมนะครับ เล่มนี้ตอนนี้ในเมืองไทยผมคนเดียวที่มี ผมตามหาตามร้านค้าหนังสือเก่าทั่วไป แล้วบังเอิญมากว่าหนังสือเล่มนี้ถูกมีคนเอามาขาย แล้วเขาก็ไม่รู้ อยู่ดีๆ ผมก็ไปค้นในแฟ้มที่เขารัดอยู่ลึกข้างใต้สุดเลย ผมค้นเจอตกใจเลย ใจสั่น แล้วขอซื้อเขา แต่ผมก็ให้คนอื่นยืมไปบ้างแล้วนะครับ เพราะผมไม่ได้หวง”
   
   “แต่ละเล่มที่หมอดูทุกคนหาผมมีหมดครับ แต่ละเล่มก็ไม่ต่ำกว่า 60 ปี หมอดูคนไหนดูอะไร ผมถึงรู้หมดว่าเขาใช้วิธีอะไร อย่ามาบอกผมว่าเป็นตำราลึกลับอะไร คุณมาที่บ้านผมคุณจะรู้ว่ามันเด็กๆ ครับ ของอาจารย์ดังๆ มีหมดครับ จะเอาอะไร ตำรามหาบรรเทาจันทรศร มีตำราลับๆ เยอะครับ อันนี้ซีล็อกไว้ในแบงค์ ต้นฉบับเก็บไว้เพราะเดี๋ยวหายครับ เบ็ดเสร็จตำราก็หลายล้านครับ แค่เล่มเก่าๆ ก็เป็นล้านครับ”
   
   สะสมทองคำแท่งน้ำหนักหลายร้อยบาท พระเครื่องมูลค่าหลายล้าน
   
   
   “แล้วก็สะสมทองแท่ง (หนักเกิน 100 บาท?) ก็เกินเยอะครับ แล้วก็พวกพระเครื่อง แต่พระเครื่องถือว่าเก็บไว้ศรัทธาบูชา ผมซื้อองค์ในตำราอย่างเดียวครับ องค์ที่ผมใส่ที่คอประจำมี 3 องค์ มีหรียญเลื่อนสมณศักดิ์ วัดช้างไห้ ปี 2058 เป็นองค์ที่สวยที่สุดในประเทศไทย องค์นี้ 3.5 ล้านครับ ต้องเบิกเงินสดไปซื้อ เพราะพวกนี้เขาไม่เอาเช็คครับ อีกองค์ 1.5 ล้าน และนวโลหะองค์นี้ 3 ล้านครับ ในคอผมนี้ประมาณ 8 ล้านครับ รวมกรอบ 9 ล้าน รวมทองประมาณ 9.5 ล้าน”
   
   “มีรัฐมนตรี มี ส.ส.หลายคนอยากซื้อ แต่ผมไม่ปล่อย ผมไม่เดือดร้อนครับ ขายไปผมหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว อย่างพวกนวโลหะ และตอก ฉ 2 ตัว เฉลิมพล ฑิฆัมพร มันพิเศษทั้งโลกนี้มี 9 องค์ และ 9 คนที่เป็นเจ้าของ ผมชี้ได้เลยว่าอยู่ที่ใครบ้างที่รัฐมนตรีท่านไหน อยู่ที่อดีตนายกฯท่านไหน อยู่ที่เจ้าสัวคนไหนในเมืองไทย มันอยู่กันแค่นี้ครับ 9 องค์ แล้วหนึ่งในนั้นมันมีผมอยู่ แล้วผมจะขายทำไม ผมเก็บไว้ที่ธนาคารอย่างเดียวเลยครับ หมดทุกอย่าง ผมไม่พกติดตัว”
   
   “มันเป็นความชอบ มีส่งประกวดและได้แชมป์ด้วยครับ ผมส่งในนามคนอื่นและตัวเองบ้าง เหรียญนว เหรียญละ 2-3 แสน ผมมีเป็นร้อยครับ รุ่นที่ผมอยากได้ผมมีหมดแล้ว เหรียญที่สวยที่สุดในประเทศไทยก็อยู่ในความครอบครองของผม ได้รับการยอมรับจากทั่วทั้งประเทศว่าสวยมี่สุดในเมืองไทย ต้องบอกว่าถ้าไม่ศรัทธาจริงไม่ศักดิ์สิทธิ์จริง ผมคงไม่สะสมบูชาครับ ผมไม่ได้มองท่านเป็นมูลค่าผมมองเห็นเป็นความสบายใจความสุขทางใจ เหมือนความภาคภูมิใจที่ได้ครอบครอง บางอย่างมีเงินแต่ซื้อไม่ได้เพราะคนที่เขามีเขาไม่ขาย”
   
   เป็นเจ้าของซูเปอร์คาร์รวมมูลค่าเกือบ 100 ล้าน ขนาด “โอ๊ค พานทองแท้” ที่ว่าโคตรรวยยังมีไม่เท่า “กฤษณ์”
   
   “ที่ซื้อมาเพราะอยากทำความฝันของตัวเองเพราะเด็กๆ ผู้ชายทุกคนอยากได้รถแบบนี้ครับ ผมอยากรู้ว่ามีแล้วมันจะเป็นยังไง มันจะเกิดอะไรขึ้น แต่ได้มาแล้วถึงรู้สัจจธรรมว่ามันก็เท่านั้นน่ะครับ สั้นๆ เลยมันไม่มีอะไร มันคือรถธรรมดาคันหนึ่ง เพียงแค่ขับเร็วกว่าชาวบ้านเขาเท่านั้นเอง ไม่ได้มีอะไรมากเป็นพิเศษ ซื้อได้มันก็ภูมิใจครับ แต่พอเราได้ครอบครองมันมาจริงๆ เราก็เฉยๆ แล้วครับ ตอนนี้ถ้าเป็นซูเปอร์คาร์มี 3 คัน ปอร์เช่ 1 คัน เฟอร์รารี่ แลมโบกินี่ เบนซ์สปอร์ตตัวใหม่ SLK350 ตัวพิเศษครับ คันแรกของเมืองไทยสีขาว”
   
   “แลมโบกินี่ 20 กว่าล้าน ซื้อสดครับ เฟอร์รารี่ 20 กว่าล้าน คันนี้ก็ซื้อสด เบนซ์สปอร์ต 7 ล้าน ปอร์เช่ ตัวใหม่ 6.9 ล้าน ทุกคันที่ซื้อมีสดบ้างไฟแนนซ์บ้าง แต่ส่วนใหญ่จะสดครับ ซื้อคันแรก เป็นรถ RX8 สีดำ ซื้อมา 3 ล้าน ซื้อมาปี 51 จริงๆ รถมันเหมือนเป็นการลงทุนอย่างหนึ่งครับ ถ้าวันนี้ผมต้องการเงิน 10-20 ล้านผมขับรถคันหนึ่งเข้าเต็นท์ เต็นท์ก็ให้เงินสดเป็น 10ๆ ล้านกลับมาแล้ว ผมถามว่าซื้อบ้านหลังหนึ่ง จะใช้เงินต้องเอาเงินไปเขาแบงค์ และก็กู้แบงค์ออกมาอีก มันก็เป็นการลงทุน มันคือการเก็บเงินอย่างหนึ่งครับ”
   
   อายุแค่ 27 จ่ายภาษีปีละ 60 กว่าล้าน
   
   “ผมจ่ายภาษีปีหนึ่ง 60 กว่าล้าน ทั้งภาษี ทั้งสัมปทานค่าโน่นนี่ต่างๆ ที่จ่ายให้รัฐบาลไป อย่าง 1900 ต้องจ่ายครึ่งหนึ่งให้รัฐบาล ค่า VAT 7% ค่าบุคคลโน่นนี่”
   
   “แต่ผมวางแผนไว้แล้วว่าอายุ 30 ต้นๆ ผมจะหยุดทุกอย่างครับ ธุรกิจก็จะเลิก จะขายหมดเลย เราก็คงหาอะไรทำที่สบายๆ ดาวเทียมทุกอย่างหยุดเลย คิดว่าไม่ทำแล้ว คงจะไปปฏิบัติธรรมบ้าง บวชก็มีความคิดอยู่ มีความคิดตั้งแต่เด็กแล้ว เพราะทุกวันนี้ก็เหมือนพระเข้าไปทุกวันแล้ว ยกเว้นแต่ขับรถ ทุกวันนี้เที่ยวก็ไม่เที่ยว กินเหล้าสูบบุหรี่ก็ไม่เอา อะไรที่เป็นอบายมุขก็ไม่ทำ ตื่นเช้ามาก็สวดมนต์ครับ 1 ชั่วโมง บางวันก็ใส่บาตรบ้าง สัปดาห์หนึ่งก็ไปทำบุญบ้าง ถวายสังฆทานตามวัดบ้าง ถ้าใครไปวัดชนะสงคราม วัดมหาธาตุ วัดราชบพิธ วัดภูเขาทอง วัดกัลยาณมิตร วัดระฆัง ไปถามได้เลยครับ เจอผมเกือบทุกสัปดาห์”
   
   “เมื่อก่อนเงินกำหนดผม ทำโน่นนี่เพื่อเงิน แต่วันนี้ไม่ใช่ครับ ผมจะเป็นคนกำหนดและใช้เงินให้มันทำอะไรเพื่อผมบ้างเพราะถ้ามีเงินแล้วให้เงินอยู่เหนือเราผมว่ามันไม่ดีครับ ทุกคนอยู่ใต้เงินหมด ทำงานกินเงินเดือนกัน ก็หวังทำเพื่อเงิน แต่วันนี้ผมต้องการจะอยู่เหนือเงินมันบ้างเพราะเงินไม่ใช่คำตอบ ชื่อเสียงไม่ใช่คำตอบของผม ผมอยากไปไหนที่คนไม่รู้จัก อยากกลับไปเป็นอย่างนั้นมากที่สุด คำตอบของผมคือวันนี้ยิ้มได้ หัวเราะได้ ทำให้ครอบครัวมีความสุข พ่อแม่มีความสุข ไม่เบียดเบียนใคร ผมว่านั่นคือความสุขของผมแล้ว พ่อกับแม่ผมชอบไปเที่ยวต่างประเทศ ผมให้ไปได้หมดในโลกนี้ เพราะเราเคยจนมาก่อน ตอนนี้ผมทำอะไรให้ท่านได้ผมจะทำ”
   
   “วันนี้ผมถ้าต้องตายจริงๆ ผมก็ไม่กลัวความตายนะ ตายก่อน 30 ผมก็พร้อมครับไม่มีปัญหาที่ไม่กลัวเพราะผมรู้สึกว่าผมตอบแทนบุญคุณคนที่ผมเคยตอบแทนได้หมดแล้ว ผมให้พ่อแม่ ให้คุณแม่บุญธรรม ให้ทุกคนที่ดีกับผม ผมตอบแทนเขาไปหมดแล้ว และดูแลอย่างดีที่สุดแล้ว ผมคงไม่มีอะไรติดค้างครับ ผมเลยถือว่าพ่อแม่ผมมีความสุขแล้ว ทุกคนที่ดีที่เคยช่วยเหลือกันมามีความสุขหมดแล้ว ผมถือว่าชีวิตผมไม่เสียดายครับ”


ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์





ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อน หลังจากนั้นจะสามารถดูและดาวน์โหลดไฟล์แนบได้ หากยังไม่มีบัญชีสมาชิก กรุณาลงทะเบียน

Ping your blog, website, or RSS feed for Free shared

ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

ติดต่อลงโฆษณา

Google PageRank Checker

แผนผังเว็บไซต์ | Archiver|WAP|WWW.UBONHIT.COM

GMT+7, 19-4-2014 21:31 , Processed in 0.039703 second(s), 9 queries , Xcache On.

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20121101

© 2001-2012 Comsenz Inc.

© 2013 UBONHIT.COM

ขึ้นไปด้านบน