อุบลฮิตดอทคอม : ศูนย์รวมความทันสมัยของชาวอุบลราชธานี

 ลืมรหัสผ่าน
 ลงทะเบียน
ดู: 1539|ตอบกลับ: 2

สถาปัตยกรรม! เพื่อนของฉันชื่อ “แสงแดด”

[คัดลอกลิงก์]

1591

กระทู้

1

ติดตาม

5307

เครดิต

ผู้ดูแลระบบ

Rank: 9Rank: 9Rank: 9

โพสต์เมื่อ 21-3-2013 00:04:20 |ดูโพสต์ทั้งหมด


เทรนด์@โฮม สัปดาห์นี้ไทยรัฐออนไลน์พาไปพบกับสถาปัตยกรรม “แสงแดด” ที่รับประกันความทรงพลัง...

นานมาแล้วที่เรารู้จัก “แสงแดด” บางวันที่ต้องอยู่กลางแจ้งแสงแดดอาจไม่เป็นที่ต้องการนัก แต่เมื่อถึงวันที่ต้องซักผ้ากองโตเราหวังจะให้วันนั้นดวงอาทิตย์ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ สิ่งเดียวกันแต่ความต้องการสิ่งนั้นอาจเปลี่ยนไปตามเวลา โอกาสและสถานที่ ฉันพบว่า “แสงแดด” ก็เหมือนเพื่อนสนิทของเราคนหนึ่ง เพื่อนคนนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย มีทั้งสิ่งที่เราต้องการและไม่ต้องการ ครั้งนี้เราจะมาดูทั้งสองมุมของ “แสงแดด” กัน และเมื่อบ้านของเราได้ออกแบบมาเพื่อเพื่อนคนนี้แล้ว เรากับ “แสงแดด” ก็จะสนิทกันมากขึ้น



แสงแดดสร้างมิติ

แสงแดดที่สาดส่องเข้ามาภายในบ้าน สร้างการเชื่อมต่อทางความรู้สึกระหว่างภายในกับภายนอกได้อย่างเหลือเชื่อ อุณหภูมิที่สัมพันธ์กันทำให้เรารับรู้ได้ถึงความเป็นไปรอบๆ บ้าน แม้พื้นที่เหล่านั้นจะได้รับความร้อนที่มาพร้อมกับแสงแดดด้วย แต่การอาศัยอยู่ในบ้านที่ดีก็ควรจะได้รับรู้ถึงแสงแดด ลมพัดโชยและกลิ่นของสนามหญ้าหน้าบ้านเช่นกัน สิ่งที่ควรพิจารณาตามมาก็คือการเลือกใช้วัสดุที่มีความทนทาน เฟอร์นิเจอร์ที่สามารถทนต่อการลามเลียของแดดได้บ้าง หากเป็นพื้นไม้ควรทาหรือพ่นน้ำยาเคลือบเนื้อไม้ ไม่ว่าจะเป็นแล็กเกอร์ เชลแล็กน้ำมันวาร์นิช หรือน้ำมันวาร์นิชชนิดพอลิยูรีเทน ทั้งหมดสามารถใช้ได้ตามความเหมาะสม หากเป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้ก็ควรทาน้ำยาเคลือบเช่นเดียวกับพื้น หรือหากพิจารณาเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ทำด้วยวัสดุอื่น ก็จะหมดกังวลเรื่องการซีดจางของสีได้เล็กน้อย



หลากวิธีกันความร้อนเข้าบ้าน

รายละเอียดของงานสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ น่าใช้งาน ซึ่งจะช่วยป้องกันการถ่ายเทความร้อนจากภายนอกเข้าสู่ตัวบ้านได้เป็นอย่างดี อาทิ การทำผนังสองชั้น ผนังเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของเปลือกอาคารที่จะช่วยปกป้องเราจากสภาวะอากาศภายนอกที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการอยู่อาศัย ปกติเราจะก่อผนังเพียงชั้นเดียว โดยมีความกว้างประมาณ 10-15 เซนติเมตร เป็นมาตรฐาน แต่ถ้าเป็นผนังที่ตรงกับทิศทางของแสงแดด อาทิ ทิศตะวันตก ทิศตะวันตกเฉียงใต้ หรือทิศใต้ สามารถก่อผนังสองชั้นโดยเว้นช่องว่างไว้ประมาณ 5 เซนติเมตร ช่องว่างนี้จะช่วยให้ประสิทธิภาพการกันความร้อนดีขึ้นเทียบเท่ากับฉนวนกันความร้อนเลยทีเดียว

การเพิ่มวัสดุกรุผิวและฉนวนกันความร้อนบริเวณผนังหากเป็นบ้านที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว การเพิ่มวัสดุตกแต่งภายนอก อาทิ การกรุผนังไม้หรือแผ่นอะลูมิเนียมคอมโพสิต ก็ช่วยให้ความร้อนจากดวงอาทิตย์ไม่ได้สัมผัสกับผนังบ้านโดยตรง จึงทำให้ความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านได้น้อยลง แถมยังเพิ่มความสวยงามให้แก่บ้านของเราอีกด้วย







การเพิ่มฉนวนกันความร้อนบริเวณหลังคา หลังคาเป็นส่วนที่ได้รับความร้อนจากภายนอกมากที่สุดเมื่อเทียบกับส่วนอื่นๆ การกรุฉนวนกันความร้อนบริเวณใต้หลังคาก็ถือเป็นการตัดความร้อนที่จะเข้ามาในอาคารเสียแต่ต้นลม (ร้อน) และได้ผลมากกว่าเมื่อเทียบกับการปูฉนวนบริเวณเหนือฝ้าเพดานที่ส่วนใหญ่นิยมทำกัน

แสงแดดมาพร้อมความสว่าง

การนำแสงแดดเข้ามาภายในบ้านช่วยให้บ้านไม่มืดทึบ จึงไม่จำเป็นต้องเปิดไฟในตอนกลางวัน เป็นการประหยัดพลังงานทางหนึ่ง ซึ่งหากเป็นประเทศเมืองหนาวอาจต้องการแสงแดดโดยตรงเพื่อทำให้บ้านอุ่นขึ้น แต่กลับกันกับบ้านเราที่ต้องการแสงสว่างเข้ามาในบ้านโดยที่ความร้อนตามเข้ามาด้วยน้อยที่สุด แสงแดดมักส่องเข้าสู่บ้านผ่านช่องแสงต่างๆ เช่น ประตู หน้าต่าง เราอาจเพิ่มการป้องกันความร้อนได้ด้วยการติดม่านการเลือกใช้กระจกกันความร้อนต่างๆ หรือการออกแบบช่องแสงด้วยการหลบมุมเพื่อเลี่ยงการเจอแสงแดดโดยตรง







แสงแดดทำให้บ้านสะอาด

ในที่นี้เราหมายถึงห้องครัว ห้องน้ำ ที่ตากเสื้อผ้า และพื้นที่ที่มีความเปียกชื้น ซึ่งทั้งหมดมีหลักในการออกแบบพื้นที่เพื่อรับแดดโดยตรง เช่น ตำแหน่งห้องครัวควรอยู่ทางทิศใต้ของบ้าน เพราะเป็นทิศที่แสงแดดรุนแรงที่สุด ห้องน้ำพิจารณาให้อยู่ทางทิศใต้ของบ้านเช่นกัน แต่หากไม่สามารถทำได้ก็ควรมีช่องแสงให้มากที่สุดเพื่อเป็นการระบายอากาศและรับแสงแดด ส่วนพื้นที่ตากเสื้อผ้าอาจอยู่บนชั้นดาดฟ้าสำหรับบ้านสองชั้น แต่หากต้องการทำที่ชั้นล่างก็ควรพิจารณาเป็นด้านทิศใต้หรือทิศตะวันตกของบ้าน เพื่อให้โดนแสงแดดมากที่สุด



ความร้อนจากแสงแดดช่วยถ่ายเทอากาศ

ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ อากาศร้อนจะลอยตัวสูงขึ้นและอากาศที่เย็นกว่าจะลอยต่ำ เราใช้หลักการนี้ในการออกแบบบ้านให้เย็นสบายได้ โดยการออกแบบพื้นที่ภายในให้สูงโปร่ง มีทรงหลังคาที่สูงเพื่อให้มวลอากาศร้อนลอยขึ้น แต่ต้องทำช่องระบายอากาศที่หลังคาเพื่อระบายความร้อนออกไป ส่วนพื้นการยกพื้นให้สูงจากดินพอประมาณก็ช่วยถ่ายเทความร้อนได้ดียิ่งขึ้น ส่วนรอบๆ บ้านอาจปลูกต้นไม้ให้ร่มครึ้ม มีบ่อหรือสระน้ำเพื่อให้อากาศเย็นสบายก็จะครบสูตร ทั้งมีการถ่ายเทอากาศและแทนที่อากาศร้อนด้วยอากาศเย็นในบ้าน 

พื้นที่อับแสงแดดพึงระวัง

การที่บ้านของเราได้รับแสงแดดบ้างในแต่ละวันจะช่วยให้ความชื้นซึ่งเกิดจากอากาศเย็นในช่วงกลางคืนหรือเกิดจากน้ำฝนที่สะสมอยู่บริเวณรอบบ้านระเหยได้มากขึ้น หากปล่อยให้บ้านมีความชื้นมากเกินไปก็อาจนำไปสู่สภาวะที่ไม่ดี สำหรับสาเหตุที่ทำให้บ้านของเราไม่ค่อยได้รับแสงแดดมากเท่าที่ควรมีดังนี้ ปลูกต้นไม้หนาแน่นเกินไป สำหรับท่านที่รักการปลูกต้นไม้เป็นชีวิตจิตใจ สิ่งหนึ่งที่ต้องคอยดูแลนอกจากการรดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ยแล้ว การตัดแต่งกิ่งไม้ไม่ให้ดูรกจนเกินไปจนบดบังแสงแดด รวมถึงการเลือกต้นที่มีลักษณะพุ่มใบโปร่งไม่มืดทึบจนเกินไป

ยกตัวอย่าง เช่น ปีบ ชงโค ตาเบเหลือง ฯลฯ จะช่วยให้แสงแดดรวมถึงลมธรรมชาติพัดผ่านเข้ามาในบ้านเราได้สะดวกขึ้น หลังคาหรือกันสาดที่ยื่นยาวและทึบ (มากกว่าปกติ) การยื่นกันสาดออกไปมากๆทำให้ภายในบ้านมืดตลอดทั้งวันซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดความอับชื้นได้ ลองเปลี่ยนกระเบื้องมุงหลังคาบริเวณกันสาดเป็นแบบลอนคู่ชนิดใสหรือปรับจากกันสาดแบบทึบเป็นซี่ระแนงไม้ ก็ทำให้บ้านดูมีสีสันจากการนำแสงแดดเข้ามาใช้ในบ้านได้เหมือนกัน ทิศทางของบ้านไม่ตรงกับทิศของแสงแดดใช่ว่าจะต้องสัมผัสแสงแดดโดยตรงเสมอไป การเปิดหน้าต่างในเวลากลางวันเพื่อให้ความร้อนจากแสงแดดได้แผ่รังสีเข้ามาพร้อมกับสายลมเอื่อยๆ ก็ช่วยระบายความอับชื้นในบ้านได้เช่นกัน





กรองแสงก่อนเข้าบ้าน

วิธีกรองแสงแดดแบบง่ายๆ ที่อยากแนะนำมี 2 แบบ ดังนี้การปลูกไม้ยืนต้น นอกจากจะช่วยบดบังแสงแดดที่มากระทบตัวบ้านโดยตรงแล้ว เรายังสามารถดื่มด่ำกับธรรมชาติสีเขียวภายในบ้านได้อีกด้วย ด้านทิศใต้ถึงตะวันตกเฉียงใต้เป็นทิศทางที่เหมาะสำหรับปลูกต้นไม้ขนาดกลางถึงใหญ่ (แล้วแต่พื้นที่จะเอื้ออำนวย) ซึ่งช่วยบังแดดและคลายร้อนให้บ้านได้มากทีเดียว การทำชายคา กันสาด หรือระแนง สำหรับพื้นที่ขนาดเล็กที่ไม่สะดวกจะปลูกต้นไม้ใหญ่ การทำชายคา กันสาด หรือระแนงก็เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมเช่นกัน หลักการทำชายคาหรือกันสาด คือ ไม่ควรทำระยะของกันสาดให้ยื่นยาวและทึบมากเกินไป บ้านที่ดีควรมีแสงแดดเข้ามาภายในได้บ้าง เพื่อระบายอากาศและลดความอับชื้น





เลือกรับแสงแดด

ในหนึ่งวันแสงแดดมีความร้อนแรงต่างกันไปแสงแดดที่ส่องมาจากทิศใต้และตะวันตกในช่วงบ่ายจะมีความร้อนและแรงมากที่สุด การเลือกทำหน้าต่างหรือช่องแสงในทิศนี้จึงควรมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก เพราะไม่อย่างนั้นจะเป็นการรับความร้อนโดยตรง หรืออาจพิจารณาทำผนังสองชั้นหรือผนังที่มีฉนวนกันความร้อนเพิ่ม นอกจากนี้ชายคาด้านทิศใต้และตะวันตกควรให้ยื่นยาวเพื่อบังแสงแดด สำหรับบ้านที่มีช่องแสงด้านบนหรือสกายไลต์ แม้จะเป็นการนำแสงธรรมชาติเข้ามาใช้ภายในบ้าน แต่แสงในตอนเที่ยงหรือบ่ายที่ส่องเข้ามาก็จะพาความร้อนมามากด้วยเช่นกัน การติดตั้งแผงระแนงหรือระแนงที่สามารถปรับมุมได้เพื่อบังแดดในช่วงเที่ยงก็เป็นทางเลือกที่ดี 

สถาปัตยกรรมที่อยู่ร่วมกับแสงแดด

การอยู่อาศัยในสภาพอากาศแบบร้อนชื้น ซึ่งมีแสงแดดค่อนข้างแรง (มาก) อย่างประเทศไทย นอกเหนือจากการป้องกันความร้อนไม่ให้เข้ามาภายในอาคารมากเกินไปด้วยการปลูกต้นไม้ใหญ่หรือทำชายคายื่นบังแดดแล้ว ควรดึงเอาข้อดีของแสงแดดมาใช้ทั้งในเรื่องการปรับสภาพแวดล้อมและช่วยระบายอากาศในบ้าน ร่วมกับกระแสลมตามฤดูกาลที่พร้อมเข้ามาเยี่ยมเยียนเราทุกครั้งที่เปิดหน้าต่างและประตูออกรับ พยายามหลีกเลี่ยงการใช้ผนังกระจกบานสูงในทิศที่มีแสงแดดแรงมากๆ เพียงเท่านี้ เราก็จะอยู่ร่วมกับแสงแดดของเมืองไทยได้อย่างมีความสุขแล้ว



ที่มา : ไทยรัฐ



ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อน หลังจากนั้นจะสามารถดูและดาวน์โหลดไฟล์แนบได้ หากยังไม่มีบัญชีสมาชิก กรุณาลงทะเบียน

Ping your blog, website, or RSS feed for Free shared

0

กระทู้

0

ติดตาม

14

เครดิต

Newbie

Rank: 1

โพสต์เมื่อ 19-12-2013 12:22:37 |ดูโพสต์ทั้งหมด
หมายเหตุ: ผู้โพสต์ถูกแบนหรือถูกลบ โพสต์นี้ถูกปิดโดยอัตโนมัติ
Ping your blog, website, or RSS feed for Free shared

โพสต์ได้ถูกลบไปแล้ว
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

ติดต่อลงโฆษณา

Google PageRank Checker

แผนผังเว็บไซต์ | Archiver|WAP|WWW.UBONHIT.COM

GMT+7, 22-5-2018 18:55 , Processed in 0.037006 second(s), 22 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20121101

© 2001-2012 Comsenz Inc.

© 2013 UBONHIT.COM

ขึ้นไปด้านบน