อุบลฮิตดอทคอม : ศูนย์รวมความทันสมัยของชาวอุบลราชธานี

 ลืมรหัสผ่าน
 ลงทะเบียน
ดู: 1220|ตอบกลับ: 0

เจออีก 2 ดาวเคราะห์ดวงใหม่คล้ายโลกมากที่สุด

[คัดลอกลิงก์]

1591

กระทู้

1

ติดตาม

5307

เครดิต

ผู้ดูแลระบบ

Rank: 9Rank: 9Rank: 9

โพสต์เมื่อ 27-4-2013 12:37:26 |ดูโพสต์ทั้งหมด


ภาพจำลองดาวเคราะห์ดวงใหม่ของดวงในระบบดาวเคปเลอร์-62 ซึ่งกล้องโทรทรรศน์เคปเลอร์ของนาซาพบสัญญาณการมีอยู่ของดาวเคราะห์ แต่จะเป็นดาวเคราะห์ที่สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้อย่างที่นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์หรือไม่ ต้องอาศัยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในอนาคต (ภาพประกอบทั้งหมดจากบีบีซีนิวส์)

ความพยายามค้นหาดาวเคราะห์คล้ายโลกที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตหรืออาจจะมีสิ่งมีชีวิตอยู่ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ล่าสุดนักวิทยาศาสตร์ได้พบโลกใหม่ที่ทั้งขนาดและระยะทางจากดาวแม่นั้นอยู่ในตำแหน่งเหมาะเจาะ ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจจะมีน้ำอยู่บนดาวเคราะห์ทั้งสอง แต่ก็ยังไม่อาจบอกอะไรได้ชัดเจนนัก เพราะระยะทางที่ไกลถึง 1,200 ปีแสงนั้นเกินความสามารถในการตรวจสอบของกล้องโทรทรรศน์ในปัจจุบัน
   
   รายงานการค้นพบดังกล่าวตีพิมพ์ลงวารสารไซน์ (Science) ซึ่งนักวิจัยมองการค้นพบนี้เป็นการค้พบที่น่าตื่นเต้น โดยทางบีบีซีนิวส์รายงานความเห็นจาก บิล โบรุคกี (Bill Borucki) หัวหน้าทีมวิจัยจากโครงการกล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์ (Kepler telescope) ขององค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐ (นาซา) ว่า และดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะทั้งสองมีความเหมาะเจาะในเงื่อนไขที่จะเป็นดาวเคราะห์ในเขตที่สิ่งมีชีวิตน่าจะอาศัยอยู่ได้ (habitable planets) มากที่สุดเท่าที่พบมา   
   
   ทั้งนี้ นับแต่ส่งขึ้นสู่วงโคจรเมื่อปี 2009 กล้องเคปเลอร์ได้ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่ได้รับการยืนยันแล้วมากกว่า 100 ดวง ส่วน 2 ดวงล่าสุดนี้พบอยู่ในกลุ่มดาวเคราะห์ 5 ดวงที่โคจรรอบดาวฤกษ์ซึ่งค่อนข้างมีขนาดเล็กกว่า เย็นกว่าและแก่กว่าดวงอาทิตย์ของเราที่เรียกว่า ดาวฤกษ์เคปเลอร์-62 (Kepler-62) ซึ่งหากมองขึ้นไปบนท้องจะอยู่ในตำแหน่งกลุ่มดาวพิณ (Lyra) โดยดาวเคราะห์ทั้งสองมีชื่อว่า เคปเลอร์-62อี (Kepler-62e) และ เคปเลอร์-62เอฟ (Kepler-62f)
   
   ดาวเคราะห์ใหม่นี้อาจจัดอยู่ในข่าย “ซูเปอร์เอิร์ธ” (super-Earth) เพราะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กว่าโลกของโลก โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.5 ของเส้นผ่านศูนย์กลางโลก แต่ขนาดไม่สำคัญเพราะนักวิจัยชี้ว่าทั้งคู่เป็นดาวเคราะห์กินเหมือนโลก หรือมีองค์ประกอบเกือบจะเป็นน้ำแข็งทั้งหมด และยังแสดงให้เห็นว่าเล็กเกินกว่าจะเป็นดาวเคราะห์ก๊าซเหมือนดาวเนปจูนและและดาวพฤหัสบดี
   
   นอกจากนี้เคปเลอร์-62อี และเคปเลอร์-62เอฟยังอยู่ในตำแหน่งพอเหมาะจากดาวแม่ ซึ่งทำให้ได้รับพลังงานในปริมาณที่พอดี ไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป และบริเวณรอบๆ ดาวเคราะห์ยังจัดอยู่ใน “โซนโกลดิล็อคส์” (Goldilocks Zone) หรือเขตที่อาศัยอยู่ได้ ซึ่งทีมวิจัยระบุว่าด้วยชั้นบรรยากาศที่เหมาะสม ดังนั้น จึงมีเหตุผลให้ใคร่ครวญได้ว่า ดาวเคราะห์สองดวงนี้อาจจะมีน้ำในรูปของเหลวอยู่ในปริมาณที่พอเพียง ซึ่งเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่าน้ำในรูปของเหลวนั้นเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับชีวิต
   
   ด้าน ลิซา คาลเตเนกเกอร์ (Lisa Kaltenegger) ผู้เชี่ยวชาญด้านชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์นอกระบบ (exoplanet) จากสถาบันศึกษาดาราศาสตร์มักซ์พลังก์ (Max Planck Institute for Astronomy) ในไฮเดลเบิร์ก เยฟอรมนี และสมาชิกกลุ่มวิจัยกล่าวว่า ในการแถลงถึงการเป็นแหล่งอาศัยอยู่ได้ของดาวเคราะห์นั้นมักจะเป็นการคาดคะเน อย่างเช่นกรณีของเคปเลอร์-62อี และ เคปเลอร์-62 เอฟ ทีมของเธอก็อนุมานว่าทั้งคู่เป็นดาวเคราะห์ โดยมีรัศมีของดาวเคราะห์เป็นสิ่งชี้วัด  
   
   “ขอให้เราอนุมานต่ออีกว่า ดาวเคราะห์ทั้งสองมีน้ำอยู่ และมีองค์ประกอบของชั้นบรรยากาศคล้ายคลึงกับโลก ที่ถูกปกคลุมหนาแน่นไปด้วยไนโตรเจน และมีน้ำกับคาร์บอนไดออกไซด์ด้วย เมื่อเป็นเช่นนั้นดาวเคราะห์ทั้งสองจะมีน้ำอยู่ที่พื้นผิวได้ โดยเคปเลอร์-62เอฟจะได้รับพลังงานรังสีจากดาวแม่น้อยกว่าพลังงานที่โลกได้รับจากดวงอาทิตย์ ดังนั้น ดาวเคราะห์ดวงนี้จำเป็นต้องมีก๊าซเรือนกระจกแย่างเช่นคาร์บอนไดออกไซ์มากกว่าโลก เพื่อรักษาสภาพไม่ให้เป็นดาวน้ำแข็ง ส่วนเคปเลอร์-62อีนั้นอยู่ใกล้ดาวแม่มากกว่า และต้องการเมฆปกคลุมมากกว่าสำหรับสะท้อนพลังงานรังสีจากดาวแม่บางส่วนออกไป เพื่อให้ยังคงมีน้ำเหลวอยู่ที่พื้นผิว” คาลเตเนกเกอร์อธิบาย
   
   ตอนนี้ยังไม่มีดาวเคราะห์ดวงไหนได้รับการยืนยันว่ามีน้ำหรือสิ่งมีชีวิตจะอาศัยอยู่ได้ และยังเร็วไปสำหรับเทคโนโลยีทุกวันนี้ แต่นักวิทยาศาสตร์ระบุว่ากล้องโทรทรรศน์ในอนาคตอาจจะมองทะลุแสงอันเจิดจ้าของดาวแม่เพื่อเก็บข้อมูลแสงอันเลือนรางที่ผ่านชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์เล็กๆ เหล่านั้นออกมาถึงโลก หรืออาจเป็นแสงที่สะท้อนมาจากพื้นผิวของดาวเอง อีกทั้งยังอาจทำให้เราตรวจพบสัญญาณเคมีที่สัมพันธ์กับก๊าซจำเพาะในบรรยากาศ และอาจจะเห็นไปถึงกิจกรรมบนพื้นดินของดาว ซึ่งในอดีตก็มีความพยายามจะตรวจหาเครื่องหมายของคลอโรฟิลล์ ซึ่งเป็นสารสีในพืชที่มีบทบาทสำคัญในการสังเคราะห์แสง
   
   ด้าน ดร.ซูซานน์ ไอเกรน (Dr.Suzanne Aigrain) อาจารย์ดาราศาสตร์ฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด (University of Oxford) กล่าวว่า การทดลองภาคพื้นดินและปฏิบัติการทางอวกาศที่วางแผนไว้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านั้น จะให้ข้อมูลที่มีรายละเอียดมากขึ้น เกี่ยวกับดาวเคราะห์ที่อยู่ไกลๆ คล้ายกับดาวเคราะห์ที่ทีมกล้องเคปเลอร์ประกาศ โดยนักดาราศาสตร์ต้องการชี้ชัดถึงมวลของดาวเคราะห์ ซึ่งเป็นข้อมูลที่กล้องเคปเลอร์ไม่สามารถระบุได้ชัด และเก็บข้อมูลรัศมี ระบุลักษณะของระบบดาวและดาวเคราะห์แต่ให้ได้ละเอียดมากกว่านี้ รวมทั้งเก็บข้อมูลองค์ประกอบของชั้นบรรยากาศด้วย
   
   ระหว่างนี้กล้องเคปเลอร์ก็ทำหน้าที่นับจำนวนดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะต่อไป โดยกล้องยังติดตั้งอุปกรณ์ถ่ายภาพขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่มีเคยมีการส่งกล้องโทรทรรศน์ขึ้นไปในอวกาศ และวัดการมีอยู่ของดาวเคราะห์โดยการมองหาเงาน้อยๆ ที่เป็นผลจากการที่ดาวเคราะห์เคลื่อนที่ตัดหน้าดาวฤกษ์ในระบบ



ภาพแสดงระบบดาวเคปเลอร์ที่พบดาวเคราะห์ 2 ดวงอยู่ในโซนโกลดิล็อค (ซ้ายบน) และ (ขวาล่าง) ระบบสุริยะที่แสดงตำแหน่งโลกอยู่ในโซนโกลดิล็อคส์เช่นเดียวกัน


ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์



ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อน หลังจากนั้นจะสามารถดูและดาวน์โหลดไฟล์แนบได้ หากยังไม่มีบัญชีสมาชิก กรุณาลงทะเบียน

Ping your blog, website, or RSS feed for Free shared

ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

ติดต่อลงโฆษณา

Google PageRank Checker

แผนผังเว็บไซต์ | Archiver|WAP|WWW.UBONHIT.COM

GMT+7, 17-7-2018 14:36 , Processed in 0.035628 second(s), 22 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20121101

© 2001-2012 Comsenz Inc.

© 2013 UBONHIT.COM

ขึ้นไปด้านบน